"เราจะเริ่มต้นสร้างวัฒนธรรมการอ่านได้อย่างไร" 

 

 "การที่เราจะสร้างวัฒนธรรมในการอ่านให้กับคนอื่นเราก็ต้องสร้างวัฒนธรรมในการอ่านให้กับตัวเองเสียก่อน..."


        สังคมไทยยุคปัจจุบันน้อยมากที่คนจะสนใจและรักในการอ่าน เพราะปัจจัยหลายอย่างรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ มัลติมีเดีย แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของสังคมและในทางตรงกันข้ามก็เป็นบ่อนทำลายวัฒนธรรมในการอ่านของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว  เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะทุกคนสนใจที่จะดูและฟังมากกว่าอ่าน ประเภทว่าตาดูหูฟัง ทำให้ขาดวัฒนธรรมในการอ่านและปัจจัยสนับสนุน โดยที่คนไทยอ่านน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศอย่างสิงคโปร์ที่มีสถิติการอ่านมากถึง 40-50 เล่มต่อปีต่อคน และเช่นเดียวกันในเวียดนามที่อ่านมากถึง 60 เล่มต่อปีต่อคน ซึ่งเป็นข่าวที่ตัวผู้เขียนเองเห็นแล้วยังรู้สึกทึ่งและละอายแทนคนรอบตัวที่ไม่รู้จักรักการอ่านเอาซะเลย  

          เมื่อนำอัตราการอ่านของประเทศอื่นๆ มาเทียบกับบ้านเรายิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่รู้ว่าบ้านเราอ่านหนังสือกันปีหนึ่งถึงห้าเล่มรึเปล่า  จากที่สังเกตเพื่อนและคนรอบข้างมักจะพูดเป็นเสียงเดียวว่าไม่ชอบอ่าน ชอบฟังชอบดูมากกว่า และเมื่อไรที่อาจารย์สั่งให้เขียนเรียงความหรือทำรายงานมาส่ง ทุกคนในห้องมักจะทำสีหน้าราวกับกำลังมีคนมาเล่าเรื่องสยองขวัญให้ฟังก็ไม่ปาน ซึ่งตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนต้องมีปฏิกิริยาแบบนั้นด้วย การอ่าน การคิด การเขียนมันยากตรงไหน? หรือจะให้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเด็กไทยขี้เกียจอ่านขี้เกียจเขียน  แล้วปีหนึ่งนี่เขาเข้าห้องสมุดกันถึงสามครั้งต่อปีกันรึเปล่า เพื่อนบางคนแม้แต่เดินผ่านห้องสมุดยังไม่เคยเลย พอเราชวนไปก็ทำหน้าตาเหมือนคนปวดฉี่แล้วบอกว่า ขอบใจที่ชวนแต่เราไม่ไปดีกว่ามีธุระ นี่อาจจะเป็นข้ออ้างที่เขาไม่อยากไปก็ได้มั้ง

        ถ้าเกิดลองมองย้อนไปดูชาติอื่นๆ ที่เขาตระหนักถึงคุณค่าของหนังสือและการอ่าน มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าทำไมบ้านเราไม่เป็นแบบนั้นบ้าง เข้าใจนะที่โลกปัจจุบันมีธุรกิจทางด้านการบันเทิงซึ่งกำลังขยายตัวอย่างพวกโทรทัศน์  อินเทอร์เน็ต  เกมออนไลน์คอมพิวเตอร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่แย่งเวลาอ่านหนังสือของใครหลายคนไป ดังนั้นแล้วถ้าเราจะสร้างวัฒนธรรมในการอ่านด้วยตัวของเราเองเราก็ต้องหัดที่จะเริ่มอ่าน เริ่มเรียนรู้ เริ่มคิด เริ่มจินตนาการ และเริ่มเขียนให้คนอื่นๆ ได้เห็นว่าการอ่าน การคิด การเขียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากสักนิด หากแต่เรามีความตั้งใจที่จะทำมันจริงๆ  และถ้าเกิดจะถามว่าการอ่านนั้นสำคัญอย่างไร ในทัศนะคติของผู้เขียนเองบอกได้คำเดียวว่าการอ่านนั้น "สำคัญมาก" เพราะรากฐานของสังคมที่ดีล้วนมาจากการอ่านที่ดีด้วย  ในขณะที่สื่อเทคโนโลยีต่างๆ กำลังมีการพัฒนาการขึ้นมาเรื่อยๆ ในอนาคตอาจจะดึงการอ่านและความจำเป็นในการอ่านให้เสื่อมถอยลงไปด้วยก็เป็นได้  และที่เห็นมานั้นเด็กที่รักการอ่านหรือชอบหนังสือ  ส่วนใหญ่มักจะไม่เป็นเด็กเสียคน นั่นอาจเป็นเพราะพวกเขาได้อ่าน ได้คิด ได้จินตนาการตามหนังสือแต่ละเล่มที่พวกเขาได้อ่าน ได้สัมผัส  ในขณะที่เด็กบางกลุ่มไม่ได้สนใจเรื่องหนังสือหรือการอ่านเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเอาเวลาว่างไปเที่ยวเล่น เล่นเกม เล่นแชทกับเพื่อนแบบสนุกสนานเฮฮากันเสียมากกว่าที่จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน  ซึ่งหนังสือนี่ล่ะเป็นสิ่งสำคัญที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ของโลกและคนในแต่ละยุคให้คนรุ่นหลังได้จดจำและศึกษาค้นคว้า  หากอนาคตข้างหน้าไม่มีหนังสือไม่มีห้องสมุดแล้วคนรุ่นหลังจะอ่านอะไร  จะเรียนรู้จากที่ไหน ?

        เพื่อเป็นการส่งเสริมการอ่านตัวของผู้เขียนเองคิดว่าเราควรจะเริ่มส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กตั้งแต่ยังเยาว์วัย ซึ่งผู้ปกครองเป็นตัวการสำคัญในการชี้นำลูกหลานของท่านให้รักการอ่าน  เด็กเปรียบเสมือนกระดาษขาวที่บริสุทธิ์และว่างเปล่า รอให้พู่กันมาแต่งเติมสีสันให้สวยสดงดงาม หากผู้ปกครองนั้นเริ่มให้ลูกหลานของท่านเรียนรู้การอ่านด้วยการหาหนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยที่เหมาะสมกับเขา  ซึ่งบางวัยอาจกำลังเริ่มเข้าสู่วัยของการเรียนรู้และพัฒนาการของสมอง  เมื่อเขาได้อ่านได้ดูเขาก็จะกลายเป็นเด็กที่รักการอ่านในอนาคตข้างหน้า และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป  สำหรับคนอื่นๆ ที่ยังไม่เห็นความสำคัญของการอ่านเราก็ควรที่จะเริ่มแสดงให้เขาเห็นถึงคุณค่าในการอ่านและคุณค่าของหนังสือ  เพราะสำหรับตัวผู้เขียนเองนั้นคิดว่าหนังสือไม่ว่าจะเล่มไหนๆ หนังสืออะไรก็มีคุณค่าและความหมายในตัวของมันเอง ขึ้นอยู่ที่ว่าคนที่อ่านนั้นจะนำมันไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร  ไม่มีหนังสือเล่มไหนที่สอนให้คนเป็นคนเลวหรือฆ่ากันเพื่อจบปัญหา  ถึงแม้หนังสือสงครามหรือหนังสือนิยายหลายๆ เรื่องที่มีตัวร้ายประกอบอยู่ในเรื่องจะแสดงให้เห็นถึงความชั่วร้ายและสันดานดิบของมนุษย์บางคน  แต่ทุกๆ เรื่องทุกๆ ตัวละครที่ทำไม่ดีนั้น  ผลสุดท้ายมักจะมีจุดจบที่ไม่สวยงามเสมอ นั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักเขียนพยายามจะถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับรู้ได้คิดตามว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วจะได้รับผลตอบแทนอย่างไร  นั่นแหละสิ่งที่นักเขียนหลายคนพยายามที่จะสอดแทรกเข้าไปในหนังสือเพื่อเตือนใจคนอ่าน

 

"เพราะรากฐานที่สำคัญของการอ่านคือทำให้เรารู้จักคิดและเขียนเป็น"


  ...KAWIN...


 

edit @ 28 Jan 2013 08:29:05 by KAWIN

Comment

Comment:

Tweet